top of page

คู่มือเลือกซื้อเครื่องเชื่อม 200A สำหรับงานโครงสร้างและงานอุตสาหกรรม

งานโครงสร้างและงานอุตสาหกรรม

สำหรับงานโครงสร้างและงานอุตสาหกรรม “เครื่องเชื่อม” คือหัวใจสำคัญที่ไม่ควรเสี่ยง


การใช้เครื่องเชื่อมที่กระแสไม่เต็ม นอกจากทำให้งานล่าช้าจากระแสที่ไม่ถึง ยังทำให้แนวเชื่อมหลอมไม่สมบูรณ์ รับแรงไม่ได้ตามที่ต้องการ โครงสร้างอาจไม่แข็งแรงตามที่ออกแบบไว้ และมีโอกาสไม่ผ่านการตรวจสอบ QC ในที่สุด การเลือกเครื่องเชื่อมที่ไม่ได้มาตรฐานเพียงเพื่อประหยัดงบ อาจกลายเป็นต้นทุนแฝงที่สูงกว่า เช่น งานไม่ได้คุณภาพ งานแก้ซ้ำ หน้างานล่าช้า และปัญหาความปลอดภัยที่ตามมา



วิธีเลือกเครื่องเชื่อม200A

วิธีเลือกเครื่องเชื่อม 200A ให้ไม่พลาด


ก่อนซื้อตู้เชื่อม ต้องรู้อะไรบ้าง?


  1. วัสดุชิ้นงานและประเภทงาน ถ้าหลักๆ เป็นงานเหล็กโครงสร้าง เหล็กกล้าคาร์บอน สเตนเลส หรือเหล็กหล่อ เครื่องเชื่อม MMA อินเวอร์เตอร์แบบ DC เพียงพอสำหรับงานโครงสร้างและงานซ่อมบำรุงส่วนใหญ่


    งานอลูมิเนียม มักใช้ระบบ TIG AC/DC หรือ MIG โดยเฉพาะ ไม่ได้ใช้ MMA เป็นหลัก เพราะเชื่อมง่ายกว่า, ต้องการควบคุมบ่อหลอมและทำความสะอาดผิวออกไซด์


    สรุป ถ้าโฟกัสงานเหล็กและสเตนเลสในโรงงาน / หน้างานทั่วไป เครื่องเชื่อม MMA DC อินเวอร์เตอร์  ถือว่าเหมาะและคุ้ม



  1. ความหนาชิ้นงาน   เป็นตัวกำหนดช่วงกระแสเชื่อมที่ต้องใช้ งานหนาใช้กระแสไฟที่สูงขึ้น เครื่องที่มีช่วงกระแสกว้าง สามารถทำงานได้หลากหลายตั้งแต่บางไปจนถึงหนา


    ยิ่งเหล็กหนา ยิ่งต้องใช้กระแสสูงขึ้นถ้าหน้างานต้องเชื่อมเหล็กโครงสร้าง เหล็ก H‑Beam, I‑Beam หรือแผ่นเหล็กหนา ควรดูสเปกให้รองรับลวด 3.2–4.0 มม. จริง ไม่ใช่แค่ตัวเลขโฆษณา



  1. วัฏจักรการทำงาน  Duty Cycle คือ สัดส่วนเวลาที่เครื่องเชื่อมสามารถเชื่อมได้อย่างต่อเนื่อง ภายในช่วงเวลามาตรฐาน (ปกติคิดที่ 10 นาที) โดย ไม่ทำให้เครื่องร้อนเกินไปจนต้องพัก 


    เช่น ถ้าระบุว่า Duty Cycle = 60% ที่ 200A หมายความว่า ทุก 10 นาที เครื่องสามารถเชื่อมต่อเนื่องได้ประมาณ 6 นาทีที่ 200 แอมป์ แล้วควรพัก 4 นาที ให้เครื่องระบายความร้อน


    แต่ในการปฏิบัติจริงเราควรดูค่ากระแสไฟเชื่อมที่ Duty Cycle = 100% เพื่อให้แน่ใจว่าจะทำงานเชื่อมต่อเนื่องที่กระแสนั้นๆ ได้โดยเครื่องไม่ต้องพัก ถ้ากำลังมองหา เครื่องเชื่อมงานหนัก อุตสาหกรรม ตัวไหนดี ให้ความสำคัญกับ Duty Cycle อย่างจริงจัง เพราะงานในโรงงานอุตสาหกรรมจะเชื่อมต่อเนื่องนานกว่างานทั่วไป



  1. สภาพแวดล้อมในการทำงาน ทำงานในโรงงาน, หน้างานกลางแจ้ง, บนไซต์ก่อสร้าง หรือในพื้นที่มีฝุ่นมาก ต้องดูมาตรฐานระดับการหุ้มบริภัณฑ์ของเครื่อง (IP Rating) เพื่อประเมินระดับการป้องกัน เช่น IP21 ขึ้นไป


    แม้มี IP Rating แต่เครื่องเชื่อมทุกตัวก็ยังควรหลบฝน หลีกเลี่ยงน้ำสาดตรงๆ เพื่อยืดอายุการใช้งานและลดความเสี่ยงเรื่องไฟฟ้าลัดวงจร


  1. ราคา และ ความคุ้มค่าระยะยาว  หลายคนโฟกัสแต่ราคาเครื่อง แต่ลืมคิดต้นทุนในระยะยาว ทั้งค่าซ่อม ค่าหยุดงาน และงานเสียที่ต้องเชื่อมซ้ำ เครื่องที่ราคาถูกมาก แต่ Duty Cycle ต่ำ ไม่เสถียร เชื่อมเหล็กหนาไม่ไหว ใช้ไปไม่นานเสียกลางหน้างาน สุดท้ายมีต้นทุนรวมสูงกว่าเครื่องดีๆ ที่แพงกว่าเล็กน้อย


    สำหรับใครที่กำลังเปรียบเทียบ เครื่องเชื่อมไฟฟ้า 200A เชื่อมเหล็กหนา ราคาเท่าไหร่ ให้คิดเรื่องความคุ้มค่า และการรับประกัน/บริการหลังการขายควบคู่ไปด้วย


ช่างเชื่อมควรรู้ : การใช้เครื่องเชื่อมที่แอมป์ไม่เต็ม นอกจากจะทำให้งานล่าช้า ยังส่งผลเสียต่อรอยเชื่อม ทำให้โครงสร้างไม่แข็งแรงเท่าที่ควร



การเลือกใช้เครื่องเชื่อมโดยพิจารณาจากความหนาชิ้นงาน

ความหนาชิ้นงาน

ขนาดลวดเชื่อม (มม.)

กระแสไฟแนะนำ

ประสิทธิภาพ M-200

1.0 - 3.0 มม.

2.6

45 - 95A

⭐ ใช้งานได้ดีมาก

3.0 - 6.0 มม.

3.2

85 - 130A

⭐ ใช้งานได้ดีมาก

6.0 - 10.0 มม.

4.0

110 - 180A

🔥 เชื่อมต่อเนื่อง


จุดเด่นการใช้งาน


  • เชื่อมลวด 2.6–4.0 มม. ได้ต่อเนื่อง แนวเชื่อมซึมลึก สวย


  • Duty Cycle 80% ที่ 200A ทำงานได้ยาว ไม่สะดุดกลางงาน


  • Hot Start ช่วยให้จุดอาร์คง่ายตั้งแต่ครั้งแรก


  • Arc Force ควบคุมบ่อหลอมละลายให้เสถียร ลวดไม่ติด


  • เหมาะสำหรับงานโครงสร้าง งานสนาม และงานอุตสาหกรรม



“ตู้เชื่อมพลัง” เหมาะกับใคร?


กลุ่มงานที่เหมาะกับตู้เชื่อมอินเวอร์เตอร์ 200A ที่ออกแบบมาเป็น เครื่องเชื่อมงานหนัก สำหรับโรงงาน เช่น งานโครงสร้างเหล็กในโรงงานผลิต, งานฟาบริเคชัน,งานซ่อมบำรุง เครื่องจักร และโครงสร้างเหล็กในโรงงานอุตสาหกรรม งานนอกสถานที่ ที่ต้องการความคล่องตัว แต่ยังต้องการเชื่อมลวด 3.2 -4.0 มม. ได้เต็มประสิทธิภาพ


ช่างมืออาชีพที่ต้องการ เครื่องเชื่อมไฟฟ้า เชื่อมเหล็กหนา ได้จริง กระแสไฟไม่ดรอป เครื่องไม่ตัดบ่อย ถ้าโจทย์ของคุณคือมองหา เครื่องเชื่อมงานหนัก อุตสาหกรรม ตัวไหนดี หรือกำลังดู เครื่องเชื่อมพลัง 200A ราคา สมเหตุสมผล ใช้งานโรงงานได้จริง จุดที่ต้องโฟกัสคือ: กระแสใช้งานจริงกับลวด 3.2 / 4.0, 80% Duty Cycle , ความเสถียรของอาร์ค และการบริการหลังการขาย ที่ไม่ทิ้งลูกค้า



เทียบกันชัดๆ M-200 vs เครื่องเชื่อมทั่วไป

หัวข้อเปรียบเทียบ

เครื่องเชื่อมทั่วไป (ราคาถูก)

เครื่องเชื่อม M-200 พลัง

กระแสไฟออกจริง

มักไม่เต็ม 200A

กระแสเต็ม 200A

ความสามารถเชื่อมลวด 4.0

เชื่อมได้แต่ตัดบ่อย

เชื่อมได้ต่อเนื่อง สบายๆ

Duty Cycle

30-40%

80% (อึดกว่า)

การรับประกัน

6 เดือน - 1 ปี

3 ปีเต็ม (มั่นใจกว่า)

บริการหลังการขาย

หาอะไหล่ยาก / ทิ้งเครื่อง

มีศูนย์ซ่อม / มีอะไหล่ครบ


Specification


M-200

แรงดันไฟฟ้าด้านเข้า

220V

ขนาดฟิวส์ไฟด้านเข้า

40A (Slow)

กำลังไฟด้านเข้าสูงสุด

11 kVA

ช่วงกระแสไฟเชื่อม

10–200A

วัฎจักรการทำงาน (Duty Cycle)

80%

แรงดันไฟขณะไร้ภาระ

62V

ลวดเชื่อมที่รองรับ

2.0–4.0 มม.

ลวดเชื่อมที่เชื่อมได้ทั้งวัน

4.0 มม.

ขนาด (กว้าง × ลึก × สูง)

15 × 41 × 31 ซม.

น้ำหนัก

7.6 กก.


VDO แนะนำการใช้งาน






สิ่งที่คุณจะได้รับในกล่อง


  1. เครื่องเชื่อมอินเวอร์เตอร์ M-200 พลัง


  2. สายเชื่อมยาวพิเศษ (8เมตร+3เมตร)


  3. คีมจับลวดเชื่อม พร้อมคีมจับสายดิน


  4. หน้ากากเชื่อมแบบมือถือ


  5. ฆ้อนเคาะสแลคและแปรง


  6. การรับประกันศูนย์ 3 ปีเต็ม



ช่างมืออาชีพทั่วประเทศมั่นใจเลือกใช้ตู้เชื่อมพลังและได้รับการรีวิวว่าอึด ทน คุ้มราคา มีศูนย์บริการไทย อะไหล่ครบ ส่งด่วนทั่วประเทศ


สั่งซื้อทันที - มีบริการเก็บเงินปลายทาง

เฉพาะช่องทาง (Shopee - Lazada) ***ช่องทาง Line บริการส่งฟรี กทมและปริมณฑล











สนใจปรึกษาช่างเทคนิคของเรา หรือนัดทดลองเชื่อมฟรี

Tel. 02-420-0078



FAQ คำถามที่พบบ่อย

Q: มีหน้าร้านหรือเปล่า?

A: มีหน้าร้านอยู่ถนนเพชรเกษม อ้อมน้อย กระทุ่มแบน >>>กดเลือกแผนที่<<<

Q: ตู้เชื่อมพลัง M-200 มีการประกันไหม?

A: สินค้ารับประกัน 3ปี ตามเงื่อนไขการรับประกัน อ่านเพิ่มเติม>>>คลิก<<<

Q: อะไหล่หายากไหม ถ้าเสียจะซ่อมได้ที่ไหน?

A: มีศูนย์ซ่อมบริการ เครื่องเชื่อมครบวงจรที่สุด โดยทีมช่างผู้เชี่ยวชาญพร้อมบริการซ่อม และดูแลเครื่องเชื่อมของคุณอย่างมืออาชีพ

Q: เชื่อมลวด 4.0 มม. ลากยาวได้หรือไม่?

A: เชื่อมได้ต่อเนื่อง ด้วย Duty Cycle สูงถึง 80% งานไม่สะดุด






 
 
 

ความคิดเห็น


bottom of page